ขอบเขตงานศัลยกรรมตกแต่งและเสริมสร้าง

1. ศัลยกรรมแก้ไขความพิการแต่กำเนิด เช่น ปากแหว่ง เพดานโหว่ การไม่มีใบหูหรือใบหูผิดรูป กระโหลกศีรษะผิดรูป ตลอดจนกระดูกขากรรไกรและใบหน้ามีการเจริญเติบโตผิดปกติ นอกจากนี้ยังรวมถึงภาวะการเจริญผิดปกติของหลอดเลือดต่างๆด้วย : รูปประกอบ

2. การดูแลรักษาผู้ป่วยถูกไฟไหม้ น้ำร้อนลวก ถูกไฟฟ้าดูด ตั้งแต่แรกเริ่มรักษา ตลอดจนการแก้ไขภาวะแทรกซ้อนจากบาดแผลที่เกิดขึ้นตามมา เช่น บาดแผลดึงรั้งทำให้ขยับข้อต่อต่างๆ ได้ไม่เต็มที่ : รูปประกอบ

3. ศัลยกรรมผู้ป่วยเนื้องอกและมะเร็งบริเวณศีรษะและคอ โดยเฉพาะ มะเร็งช่องปาก เนื้องอกของต่อมน้ำลายและเนื้องอกกระดูกขากรรไกรนและล่าง ซึ่งในบางครั้งภายหลังการผ่าตัดอาจจะต้องแก้ไขความพิการที่เกิดขึ้นร่วมด้วย เช่น การตัดเนื้องอกขากรรไกรล่างออก ทำให้ผู้ป่วยไม่มีกระดูกรองรับฟัน ผู้ป่วยจึงเคี้ยวอาหารไม่ได้ จึงต้องมีการย้ายเนื้อเยื่อกระดูกจากขาหรือสะโพกมาทำเป็นขากรรไกรล่างแทน เพื่อให้ผู้ป่วยสามารถใส่ฟันปลอมและเคี้ยวอาหารได้ใกล้เคียงปกติ : รูปประกอบ

4. ศัลยกรรมผู้ป่วยบาดเจ็บบริเวณศีรษะและใบหน้า ทั้งบาดแผลของเนื้อเยื่ออ่อนและกระดูกใบหน้าทั้งหมด เพื่อให้กลับสู่สภาพเดิมและสามารถใช้งานได้อย่างปกติ: รูปประกอบ

5. จุลศัลยกรรม เป็นการผ่าตัดเพื่อต่ออวัยวะที่ขาดไป เช่น นิ้ว มือ แขน หรือเพื่อย้ายเนื้อเยื่อจากที่หนึ่งไปยังอีกที่หนึ่ง โดยมีการต่อทั้งหลอดเลือดดำและหลอดเลือดแดง : รูปประกอบ

6. ศัลยกรรมทางมือ ทั้งนิ้วมือผิดปกติแต่กำเนิด เช่น นิ้วติด นิ้วเกิน และกระดูกนิ้วมือหักจากอุบัติเหตุ : รูปประกอบ

7. ศัลยกรรมเนื้อเยื่อผิวหนังและเต้านม เป็นการผ่าตัดเพื่อตัดเนื้องอกและมะเร็งของผิวหนัง และหาเนื้อเยื่อต่างๆมาทดแทนบริเวณผิวหนังที่ถูกตัดไป หรือ ย้ายเนื้อเยื่อจากบริเวณท้องหรือกล้ามเนื้อหลังไปทำเต้านมเทียม เพื่อช่วยศัลยแพทย์ทั่วไปในการเสริมสร้างเต้านมใหม่ ภายหลังการผ่าตัดมะเร็งเต้านม ตลอดจนการดูแลบาดแผลเรื้อรังต่างๆ ที่ไม่สามารถหายได้เอง : รูปประกอบ

8. ศัลยกรรมความงาม เป็นงานด้านที่คนส่วนใหญ่รู้จักมากที่สุด มีทั้งการทำตา 2 ชั้น การตัดถุงไขมันให้ตา การเสริมจมูก การดึงหน้า ดูดไขมัน ตัดไขมันหน้าท้อง การเสริมหน้าอก การแก้ไขเต้านมหย่อนคล้อย ตลอดจนการผ่าตัดแปลงเพศ : รูปประกอบ